บริษัท มีของ จำกัด (“บริษัท”) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (“การประมวลผลข้อมูล”) ของบุคคลใด ๆ ที่เข้าถึง สมัครสมาชิก หรือใช้บริการของแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ที่บริษัทจัดให้ผ่านแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง (รวมเรียกว่า “แพลตฟอร์ม”) ไม่ว่าการใช้งานดังกล่าวจะเป็นการใช้งานในฐานะผู้ซื้อ ผู้ขาย หรือผู้ใช้งานทั่วไปก็ตาม

ทั้งนี้ ให้คำว่า “ผู้ใช้บริการ” หมายถึง บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่เข้าถึง สมัครสมาชิก หรือใช้บริการของแพลตฟอร์ม ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงการใช้บริการ (Terms of Service)

1. ขอบเขตของประกาศ

ประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ครอบคลุมถึงการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งที่ดำเนินการโดยบริษัทเอง และ/หรือ โดยบุคคลภายนอกซึ่งบริษัทได้มอบหมายหรือแต่งตั้งให้ดำเนินการแทน ภายใต้การใช้แพลตฟอร์ม การลงทะเบียน การสมัครสมาชิก การใช้บริการหรือฟังก์ชันใด ๆ การติดต่อสื่อสารกับบริษัท การทำธุรกรรม การชำระเงิน การจัดส่งสินค้า การยื่นข้อร้องเรียน การรายงานเนื้อหา การบล็อกผู้ใช้บริการ หรือการใช้งานผ่านช่องทางการติดต่อหรือช่องทางสื่อสารใด ๆ ที่บริษัทจัดให้

2. แหล่งที่มาของข้อมูล

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการจากแหล่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

2.1 การสมัครสมาชิก การลงทะเบียน และการใช้งานแพลตฟอร์ม เช่น การสร้างบัญชีผู้ใช้ การเข้าสู่ระบบ และการใช้ฟังก์ชันต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่บริษัทจัดให้

2.2 การเข้าสู่ระบบหรือยืนยันตัวตนผ่านบริการของบุคคลภายนอก (Third-Party Login) เช่น Facebook, Google, LINE, Apple หรือผู้ให้บริการรายอื่นที่แพลตฟอร์มรองรับ ภายใต้เงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการดังกล่าว

2.3 การให้ข้อมูลโดยสมัครใจของผู้ใช้บริการ เช่น การกรอกแบบฟอร์ม การติดต่อสอบถาม การแจ้งข้อร้องเรียน การรายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม การติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า หรือการสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่บริษัทจัดให้

2.4 การได้รับข้อมูลจากบุคคลภายนอกที่ผู้ใช้บริการได้ให้ความยินยอมไว้ หรือที่บริษัทมีฐานทางกฎหมายในการประมวลผลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ ผู้ให้บริการรับชำระเงิน ผู้ให้บริการขนส่ง พันธมิตรทางธุรกิจ หรือผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีของบริษัท

2.5 การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยอัตโนมัติผ่านเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานแพลตฟอร์ม เช่น คุกกี้ (Cookies) ไฟล์บันทึกการใช้งาน (Log Files) ตัวระบุอุปกรณ์ (Device Identifiers) หรืออินเทอร์เฟซเชื่อมต่อโปรแกรมประยุกต์ (API)

2.6 การเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม การซื้อขายสินค้า การเสนอราคา การเข้าร่วมการประมูล การวางเงินมัดจำ การชำระเงิน การคืนเงิน หรือการโอนเงินที่เกิดขึ้นผ่านแพลตฟอร์ม

2.7 การเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิหรือการปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม เช่น ประวัติการใช้งาน การทำธุรกรรม การระงับบัญชี การยกเลิกการให้บริการ การรายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม การบล็อกผู้ใช้บริการ หรือการดำเนินการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

3. ประเภทของข้อมูลที่เก็บรวบรวม

บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการตามประเภทของการใช้งานแพลตฟอร์ม โดยอาจรวมถึงข้อมูลประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

3.1 ข้อมูลระบุตัวตนและข้อมูลทั่วไป เช่น ชื่อ–นามสกุล ชื่อผู้ใช้ รูปโปรไฟล์ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่สำหรับติดต่อหรือจัดส่งสินค้า ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ และข้อมูลอื่นใดที่ผู้ใช้บริการให้ไว้ในการสมัครสมาชิกหรือใช้งานแพลตฟอร์ม

3.2 ข้อมูลบัญชีและการใช้งาน เช่น ประวัติการเข้าสู่ระบบ การตั้งค่าบัญชี ประวัติการใช้งานแพลตฟอร์ม การลงประกาศขายสินค้า การสั่งซื้อ การเสนอราคา การเข้าร่วมการประมูล การต่อรองราคา และพฤติกรรมการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันของแพลตฟอร์ม

3.3 ข้อมูลการติดต่อสื่อสาร เช่น ข้อความ การติดต่อผ่านระบบแชท การแจ้งเตือน การร้องเรียน การติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า หรือการสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่บริษัทจัดให้

3.4 ข้อมูลธุรกรรมและการชำระเงิน เช่น รายละเอียดคำสั่งซื้อ รายการประมูล เงินมัดจำ ค่าธรรมเนียม การชำระเงิน การคืนเงิน หลักฐานการทำธุรกรรม หรือข้อมูลอื่นใดที่จำเป็นต่อการดำเนินการซื้อขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ บริษัทจะไม่จัดเก็บข้อมูลบัตรเครดิตหรือข้อมูลการชำระเงินที่ละเอียดอ่อนเกินความจำเป็น โดยการชำระเงินจะดำเนินการผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงินที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

3.5 ข้อมูลด้านเทคนิคและอุปกรณ์ เช่น ที่อยู่ IP ข้อมูลอุปกรณ์ ตัวระบุอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ ประเภทเบราว์เซอร์ ข้อมูลบันทึกการใช้งาน (Log Data) และข้อมูลทางเทคนิคอื่นใดที่เกิดขึ้นจากการเข้าถึงหรือใช้งานแพลตฟอร์ม

3.6 ข้อมูลที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมาย เช่น ข้อมูลที่ใช้ในการยืนยันตัวตน (KYC) ข้อมูลเพื่อการตรวจสอบการทุจริต การป้องกันการกระทำที่ผิดกฎหมาย การระงับหรือยกเลิกบัญชี และการบังคับใช้สิทธิของบริษัทตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

3.7 ข้อมูลการรายงานเนื้อหาและการบล็อกผู้ใช้บริการ (Report and Block Data). บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการรายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมและการบล็อกผู้ใช้บริการ เช่น ตัวตนของผู้รายงานและผู้ถูกรายงาน ประเภทของเนื้อหาที่ถูกรายงาน รายละเอียดและหลักฐานประกอบการรายงาน เวลาและช่องทางที่มีการรายงาน ผลการพิจารณาและการดำเนินการของบริษัท รายชื่อผู้ใช้บริการที่ถูกบล็อก และประวัติการบล็อก ทั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบ การบังคับใช้นโยบาย และการรักษาความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม

ทั้งนี้ ในกรณีที่ข้อมูลที่ใช้ในการยืนยันตัวตนเข้าข่ายเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตามกฎหมาย บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว เฉพาะเมื่อมีฐานกฎหมายที่ชอบด้วยกฎหมายหรือได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลเท่านั้น

4. ข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติ

ในการเข้าถึงและใช้งานแพลตฟอร์ม บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการโดยอัตโนมัติผ่านเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการ วิเคราะห์ ปรับปรุงประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และประสบการณ์การใช้งานของแพลตฟอร์ม โดยข้อมูลที่อาจมีการเก็บรวบรวม ได้แก่

4.1 ข้อมูลทางเทคนิคและอุปกรณ์

เช่น ที่อยู่หมายเลขอินเทอร์เน็ต (IP Address) ข้อมูลตัวระบุอุปกรณ์ (Device Identifier) ประเภทและรุ่นของอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ ประเภทเบราว์เซอร์ ภาษา การตั้งค่าเขตเวลา ข้อมูลเครือข่าย ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ข้อมูลบันทึกการใช้งาน (Log Files) วันและเวลาที่เข้าใช้งาน รวมถึงข้อมูลทางเทคนิคอื่นใดที่เกิดขึ้นจากการเข้าถึงแพลตฟอร์ม

4.2 ข้อมูลการใช้งานแพลตฟอร์ม

เช่น ประวัติการเข้าชมหน้าแพลตฟอร์ม การใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ การค้นหา การคลิก การเสนอราคา การเข้าร่วมการประมูล ระยะเวลาการใช้งาน และรูปแบบพฤติกรรมการใช้งานโดยรวม ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ในลักษณะที่ไม่สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้บริการได้โดยสมเหตุสมผล

4.3 คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน

บริษัทอาจใช้คุกกี้ (Cookies) พิกเซลแท็ก (Pixel Tags) ไฟล์บันทึก (Log Files) หรือเทคโนโลยีติดตามอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อจดจำการตั้งค่าของผู้ใช้บริการ วิเคราะห์การใช้งานแพลตฟอร์ม ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ และนำเสนอเนื้อหาหรือฟังก์ชันที่เหมาะสม ทั้งนี้ การใช้คุกกี้จะเป็นไปตามนโยบายการใช้คุกกี้ของบริษัท ซึ่งถือเป็นเอกสารแยกต่างหาก

4.4 การเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายอุปกรณ์

ในกรณีที่ผู้ใช้บริการเข้าถึงแพลตฟอร์มจากหลายอุปกรณ์ บริษัทอาจเชื่อมโยงข้อมูลการใช้งานดังกล่าว เพื่อวิเคราะห์การใช้งานและป้องกันการใช้งานโดยมิชอบ ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะไม่ก่อให้เกิดผลทางกฎหมายหรือกระทบสิทธิของผู้ใช้บริการในสาระสำคัญ

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติเท่าที่จำเป็น ภายใต้กรอบวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย และจะไม่ใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อการตัดสินใจอัตโนมัติที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ใช้บริการในสาระสำคัญ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง

5. วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นและเหมาะสม เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการแพลตฟอร์ม การดำเนินธุรกรรม และการปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

5.1 การให้บริการแพลตฟอร์มและการบริหารจัดการบัญชีผู้ใช้บริการ

เพื่อการสมัครสมาชิก การยืนยันตัวตน การสร้าง ดูแล และจัดการบัญชีผู้ใช้บริการ การกำหนดสิทธิการเข้าถึงฟังก์ชันต่าง ๆ การติดต่อสื่อสาร การแจ้งเตือน และการสนับสนุนการใช้งานแพลตฟอร์ม

5.2 การดำเนินการซื้อขายสินค้า การประมูล และการต่อรองราคา

เพื่อให้สามารถลงประกาศขายสินค้า สั่งซื้อสินค้า เสนอราคาเข้าร่วมการประมูล ใช้ราคาซื้อทันที วางเงินมัดจำ และดำเนินการตามขั้นตอนและเงื่อนไขของแพลตฟอร์มได้อย่างครบถ้วน

5.3 การชำระเงิน ค่าธรรมเนียม และการโอนเงิน

เพื่อดำเนินการชำระเงินค่าสินค้า เงินมัดจำ ค่าธรรมเนียม การคืนเงิน หรือการโอนเงินผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงินตามที่แพลตฟอร์มกำหนด รวมถึงการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลทางบัญชีที่จำเป็น

5.4 การจัดส่งสินค้า การตรวจรับ และการจัดการข้อร้องเรียน

เพื่อแบ่งปันข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้ขาย ผู้ซื้อ หรือผู้ให้บริการขนส่ง สำหรับการจัดส่งสินค้า การติดตามสถานะ การตรวจรับสินค้า การพิจารณาข้อร้องเรียน การคืนสินค้า หรือการคืนเงิน ตามหลักเกณฑ์ของแพลตฟอร์ม

5.5 การรักษาความปลอดภัยและป้องกันการใช้งานโดยมิชอบ

เพื่อป้องกัน ตรวจจับ และจัดการการฉ้อโกง การใช้งานระบบโดยไม่สุจริต การใช้บอทหรือระบบอัตโนมัติ การละเมิดข้อกำหนดและเงื่อนไข รวมถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของแพลตฟอร์ม

5.6 การคัดกรองเนื้อหา การพิจารณาข้อรายงาน และการรักษาความปลอดภัยของชุมชน (Content Moderation and Community Safety)

เพื่อรับเรื่อง พิจารณา และดำเนินการกับคำรายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม การคุกคาม การละเมิดสิทธิ การฉ้อโกง หรือพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของผู้ใช้บริการ การคัดกรองและตรวจสอบเนื้อหาที่ผู้ใช้บริการนำเข้าสู่แพลตฟอร์มทั้งโดยระบบอัตโนมัติและโดยเจ้าหน้าที่ การจัดการรายการบล็อกผู้ใช้บริการ การถอดถอนเนื้อหา การระงับหรือยกเลิกบัญชีผู้กระทำผิด รวมถึงการดำเนินการตามคำมั่นในการตรวจสอบและพิจารณาคำรายงานภายในระยะเวลา ยี่สิบสี่ (24) ชั่วโมง ตามที่กำหนดในข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวยังครอบคลุมการปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดของผู้ให้บริการระบบปฏิบัติการและร้านค้าแอปพลิเคชัน (App Store) ที่เกี่ยวข้อง

5.7 การวิเคราะห์และพัฒนาประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม

เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานในภาพรวม ปรับปรุงประสิทธิภาพ ความเสถียร และประสบการณ์การใช้งาน รวมถึงการพัฒนาฟังก์ชันหรือบริการใหม่ ๆ ทั้งนี้ การวิเคราะห์ดังกล่าวจะเป็นไปในลักษณะที่ไม่สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้บริการได้โดยสมเหตุสมผล และไม่ก่อให้เกิดผลทางกฎหมายหรือกระทบสิทธิของผู้ใช้บริการในสาระสำคัญ

5.8 การปฏิบัติตามกฎหมายและการบังคับใช้สิทธิ

เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจ เพื่อบังคับใช้ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ การคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัท ผู้ใช้บริการ หรือบุคคลภายนอกตามกฎหมาย

5.9 การติดต่อและการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการ

เพื่อการแจ้งข้อมูล ข่าวสาร หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับการใช้แพลตฟอร์ม ทั้งนี้ สำหรับการติดต่อหรือการส่งข้อมูลทางการตลาด บริษัทจะดำเนินการต่อเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากผู้ใช้บริการ และผู้ใช้บริการสามารถถอนความยินยอมดังกล่าวได้ตลอดเวลา

5.10 ฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการภายใต้ฐานกฎหมายดังต่อไปนี้

(ก) เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือการดำเนินการตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลก่อนเข้าทำสัญญา

(ข) เพื่อประโยชน์โดยชอบธรรมของบริษัทหรือบุคคลอื่น โดยไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลในสาระสำคัญ รวมถึงการรักษาความปลอดภัยของแพลตฟอร์มและการคุ้มครองผู้ใช้บริการรายอื่น

(ค) เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

(ง) บนฐานความยินยอมของเจ้าของข้อมูล ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม

6. การใช้ข้อมูลที่ไม่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ และวิเคราะห์ข้อมูลที่ไม่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้บริการได้โดยสมเหตุสมผล เพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาและปรับปรุงแพลตฟอร์ม โดยการใช้ข้อมูลดังกล่าวจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ใช้บริการในสาระสำคัญ

6.1 การใช้ข้อมูลเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงแพลตฟอร์ม เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มการใช้งาน ประสิทธิภาพของระบบ ฟังก์ชันการซื้อขาย การประมูล การชำระเงิน และกระบวนการให้บริการ เพื่อปรับปรุงคุณภาพ ความเสถียร และประสบการณ์การใช้งานของแพลตฟอร์ม

6.2 การวิเคราะห์เชิงสถิติและการวิจัย เพื่อจัดทำรายงาน สถิติ หรือข้อมูลสรุปในภาพรวม โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำเสนอในลักษณะที่ไม่สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้บริการรายใดรายหนึ่งได้ และไม่ใช้เพื่อการตัดสินใจอัตโนมัติที่ก่อให้เกิดผลทางกฎหมายต่อผู้ใช้บริการ

6.3 การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อการทดสอบ วิจัย หรือพัฒนาเทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ ระบบวิเคราะห์ข้อมูล หรือฟังก์ชันใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ การใช้ข้อมูลจะเป็นไปในลักษณะที่ไม่สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้บริการได้ และไม่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

6.4 การใช้ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงและประชาสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจ บริษัทอาจใช้ข้อมูลที่ไม่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อแพลตฟอร์ม รูปแบบการให้บริการ หรือข้อมูลเชิงสถิติของการใช้งาน เพื่อการนำเสนอ ศึกษาอ้างอิง หรือประชาสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจ โดยจะไม่ใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อการโฆษณาแบบเจาะจงรายบุคคล หรือการติดตามพฤติกรรมเชิงพาณิชย์ของผู้ใช้บริการรายใดรายหนึ่ง

6.5 ข้อจำกัดในการใช้ข้อมูล บริษัทจะไม่ใช้ข้อมูลที่ไม่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อระบุตัวตนของผู้ใช้บริการรายใดรายหนึ่ง และจะไม่เชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวกับข้อมูลส่วนบุคคล ในลักษณะที่ทำให้สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้บริการได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากผู้ใช้บริการ หรือเป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด

7. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการแก่บุคคลภายนอก เว้นแต่ในกรณีที่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการ หรือเป็นกรณีที่จำเป็นเพื่อการให้บริการตามข้อตกลงการใช้บริการ หรือเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลจะกระทำเท่าที่จำเป็นและอยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น

7.1 การเปิดเผยเพื่อการให้บริการแพลตฟอร์ม บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการแก่ผู้ใช้บริการรายอื่นในธุรกรรมเดียวกัน เช่น ผู้ซื้อและผู้ขาย เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการซื้อขาย การประมูล การชำระเงิน หรือการจัดส่งสินค้า ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อตกลงการใช้บริการ

7.2 ผู้ให้บริการภายนอก (Service Providers) บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ให้บริการภายนอก ซึ่งบริษัทแต่งตั้งให้ดำเนินการแทนหรือสนับสนุนการดำเนินงานของแพลตฟอร์ม เช่น ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ ผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ให้บริการจัดส่งสินค้า ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบคัดกรองและตรวจสอบเนื้อหา หรือผู้ให้บริการสนับสนุนลูกค้า โดยผู้ให้บริการดังกล่าวต้องปฏิบัติตามมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และข้อผูกพันด้านความลับตามกฎหมายและสัญญาที่เกี่ยวข้อง

7.3 การเปิดเผยเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งศาล คำสั่งของหน่วยงานรัฐ หรือเพื่อการบังคับใช้สิทธิของบริษัท การดำเนินคดี หรือการป้องกันและระงับการกระทำอันอาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย

7.4 การเปิดเผยเพื่อป้องกันความเสียหายและความปลอดภัย บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อป้องกันหรือระงับการฉ้อโกง การใช้แพลตฟอร์มโดยมิชอบ การละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น การเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หรือเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบและผู้ใช้บริการ รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลที่จำเป็นแก่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในกรณีที่มีการรายงานหรือสงสัยว่ามีการกระทำผิดทางอาญา

7.5 การโอนหรือเปิดเผยข้อมูลในกรณีปรับโครงสร้างธุรกิจ ในกรณีที่บริษัทมีการควบรวมกิจการ โอนกิจการ โอนสิทธิ หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ บริษัทอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้แก่ผู้รับโอนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยผู้รับโอนต้องปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับ

7.6 การไม่ใช้ระบบตัดสินใจอัตโนมัติ บริษัทจะไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเพื่อการตัดสินใจอัตโนมัติหรือการจัดทำโปรไฟล์ในลักษณะที่ก่อให้เกิดผลทางกฎหมายหรือส่งผลกระทบในสาระสำคัญต่อผู้ใช้บริการ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง หรือเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

7.7 การเปิดเผยข้อมูลในกรณีการรายงานเนื้อหาและการบล็อก. ในกรณีที่มีการรายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมหรือพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ บริษัทจะรักษาความลับของผู้รายงานเท่าที่จำเป็น และจะไม่เปิดเผยตัวตนของผู้รายงานแก่ผู้ถูกรายงาน เว้นแต่กฎหมายกำหนดให้ต้องเปิดเผย หรือเป็นการจำเป็นต่อการดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการรายงานและการบล็อกอาจถูกเปิดเผยต่อทีมตรวจสอบเนื้อหาของบริษัทและผู้ให้บริการภายนอกที่บริษัทแต่งตั้งเท่าที่จำเป็นต่อการดำเนินการตามนโยบายของแพลตฟอร์ม

8. เทคโนโลยีติดตามตัวบุคคล (Cookies)

8.1 การใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน

บริษัทใช้คุกกี้ (Cookies) พิกเซล (Pixels) ไฟล์บันทึก (Log Files) ซอฟต์แวร์พัฒนาแอป (SDKs) และเทคโนโลยีติดตามอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการแพลตฟอร์ม การยืนยันตัวตน การจดจำการตั้งค่า การวิเคราะห์การใช้งาน การปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ การรักษาความปลอดภัย และการป้องกันการใช้งานโดยมิชอบ

8.2 ประเภทของคุกกี้

คุกกี้และเทคโนโลยีติดตามที่บริษัทใช้ อาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

(ก) คุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงานของแพลตฟอร์ม

(ข) คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และปรับปรุงประสิทธิภาพ

(ค) คุกกี้เพื่อความปลอดภัยและการป้องกันการทุจริต

(ง) คุกกี้เพื่อการนำเสนอเนื้อหาและประสบการณ์ที่เหมาะสมกับผู้ใช้บริการ

8.3 การใช้คุกกี้ของบุคคลภายนอก

บริษัทอาจอนุญาตให้ผู้ให้บริการภายนอก เช่น ผู้ให้บริการระบบวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ให้บริการโฆษณา หรือผู้ให้บริการเทคโนโลยี ใช้คุกกี้หรือเทคโนโลยีติดตามบนแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ ผู้ให้บริการดังกล่าวต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และนโยบายความเป็นส่วนตัวของตนเอง โดยบริษัทไม่รับผิดชอบต่อการใช้คุกกี้ของบุคคลภายนอกนอกเหนือจากขอบเขตที่บริษัทควบคุมได้ ทั้งนี้ การใช้คุกกี้ของบุคคลภายนอกดังกล่าวอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลภายนอกนั้น

8.4 การจัดการคุกกี้

ผู้ใช้บริการสามารถตั้งค่าอุปกรณ์หรือเบราว์เซอร์เพื่อปฏิเสธ ลบ หรือจำกัดการใช้คุกกี้บางประเภทหรือทั้งหมดได้ การปิดใช้งานคุกกี้บางประเภทอาจส่งผลให้แพลตฟอร์มหรือฟังก์ชันบางส่วนไม่สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์

8.5 การเชื่อมโยงข้อมูลข้ามอุปกรณ์

ในกรณีที่ผู้ใช้บริการเข้าถึงแพลตฟอร์มผ่านหลายอุปกรณ์ บริษัทอาจเชื่อมโยงข้อมูลการใช้งาน เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาความต่อเนื่องของบริการ การป้องกันการทุจริต และการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ โดยไม่เป็นการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกินความจำเป็น

8.6 นโยบายคุกกี้

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของคุกกี้ ระยะเวลาการจัดเก็บ และวิธีการจัดการคุกกี้ อาจกำหนดไว้ในนโยบายการใช้คุกกี้ของบริษัท ซึ่งให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้

9. การเก็บรักษาข้อมูลและสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

9.1 วิธีการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะจัดเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบเอกสาร และ/หรือ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้เซิร์ฟเวอร์หรือระบบคลาวด์ที่อยู่ภายในประเทศหรือต่างประเทศ ภายใต้มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม และเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ผู้ใช้งานรับทราบและตกลงว่า บริษัทอาจโอนถ่ายหรือจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในต่างประเทศ ผ่านผู้ให้บริการระบบคลาวด์หรือพันธมิตรทางธุรกิจ โดยบริษัทจะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยกำหนด

9.2 ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการ หรือในระหว่างที่ท่านยังคงมีความสัมพันธ์กับบริษัท เช่น เป็นผู้ใช้งานระบบหรือใช้บริการของบริษัท และเมื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวสิ้นสุดลงหรือพ้นระยะเวลาที่จำเป็น บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ ภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่ง (1) ปีนับแต่วันที่ความสัมพันธ์สิ้นสุด หรือภายในสามสิบ (30) วันนับแต่วันที่บริษัทได้รับคำร้องขอใช้สิทธิในการลบข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน แล้วแต่ว่ากรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน

เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็นระยะเวลานานกว่านั้น หรือข้อมูลยังมีความจำเป็นเพื่อการตรวจสอบทางบัญชี ภาษี การใช้สิทธิเรียกร้อง การป้องกัน หรือการดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงข้อมูลการรายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมและการบล็อกผู้ใช้บริการที่อาจเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการบังคับใช้นโยบายและการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

9.3 สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลมีสิทธิดังต่อไปนี้

9.3.1 สิทธิในการถอนความยินยอม (Right to Withdraw Consent) ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมที่ได้เคยให้ไว้ต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เมื่อใดก็ได้

9.3.2 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล (Right of Access) ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนจากบริษัท รวมถึงขอทราบแหล่งที่มาของข้อมูลนั้น

9.3.3 สิทธิในการถ่ายโอนข้อมูล (Right to Data Portability) ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในรูปแบบที่สามารถถ่ายโอนได้โดยอัตโนมัติ และ/หรือ ให้ส่งต่อไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น เมื่อสามารถทำได้ตามเทคนิคที่เหมาะสม

9.3.4 สิทธิในการคัดค้าน (Right to Object) ท่านมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลของท่านได้ หากการประมวลผลนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์โดยชอบธรรมของบริษัทหรือบุคคลอื่น

9.3.5 สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูล (Right to Erasure / Destruction) ท่านมีสิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนได้ หากไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป หรือมีการประมวลผลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

9.3.6 สิทธิในการจำกัดการใช้ข้อมูล (Right to Restriction of Processing) ท่านสามารถขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลชั่วคราวในระหว่างที่อยู่ระหว่างตรวจสอบคำร้องเกี่ยวกับการแก้ไขหรือลบข้อมูล หรือกรณีที่ข้อมูลควรถูกลบแต่ท่านประสงค์ให้ระงับไว้แทน

9.3.7 สิทธิในการแก้ไขข้อมูล (Right to Rectification) ท่านมีสิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

9.3.8 สิทธิในการร้องเรียน (Right to Lodge a Complaint) หากท่านเชื่อว่าบริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส. หรือ PDPC) หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย

9.4 วิธีใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล

ท่านสามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้โดยติดต่อมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ตามข้อมูลการติดต่อที่ระบุในหมวดสุดท้ายของนโยบายฉบับนี้ โดยบริษัทอาจร้องขอให้ท่านแสดงเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตน ก่อนดำเนินการตามคำร้องขอ

10. ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและการติดต่อ

10.1 มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมตามหลักความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) ความพร้อมใช้งาน (Availability) เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลสูญหาย เข้าถึงโดยมิชอบ ใช้งาน เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

บริษัทใช้มาตรการด้านความปลอดภัยทั้งในระดับการบริหารจัดการ (Administrative Safeguards) เทคโนโลยีและระบบ (Technical Safeguards) การควบคุมทางกายภาพ (Physical Safeguards) รวมถึงมีระบบควบคุมการเข้าถึงข้อมูล (Access Control) และการอบรมบุคลากรเกี่ยวกับการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

10.2 การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่เกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุ หรือเท่าที่สามารถกระทำได้ หากเหตุละเมิดมีความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของท่าน บริษัทจะดำเนินการแจ้งให้ท่านทราบโดยไม่ชักช้าพร้อมแนวทางเยียวยา ผ่านช่องทางที่ท่านได้ให้ไว้ เช่น เว็บไซต์ของบริษัท ข้อความ (SMS) อีเมล โทรศัพท์ เป็นต้น

10.3 การปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัว

ผู้ใช้งานตกลงว่า บริษัทมีสิทธิในการแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมนโยบายฉบับนี้ได้ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมล่วงหน้าเป็นรายกรณี และการที่ผู้ใช้งานยังคงใช้บริการหรือเข้าสู่ระบบของบริษัทภายหลังจากการประกาศนโยบายฉบับที่มีการแก้ไขดังกล่าว ถือเป็นการยินยอมโดยชัดแจ้งของผู้ใช้งานต่อเงื่อนไขที่ได้รับการปรับปรุงแล้วนั้น

10.4 ช่องทางการติดต่อ

หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัว ประสงค์จะใช้สิทธิต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในหมวดก่อนหน้า หรือต้องการรายงานการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อบริษัทได้ที่

บริษัท มีของ จำกัด

เว็บไซต์: meekong.com

อีเมล: meekongapp@gmail.com

โทรศัพท์: 063-895-5689

ที่อยู่: 128/780 ซอยไทยประกัน 3 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO): ทรายงาม นิมิหุน

— สิ้นสุดประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัว —

Terms of Service

ข้อตกลงการใช้บริการ (Terms of Service)

บริษัท มีของ จำกัด — แพลตฟอร์ม Meekong

ฉบับลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
ข้อ 1. คำจำกัดความข้อ 2. ขอบเขตความรับผิดของแพลตฟอร์มข้อ 3. การสมัครสมาชิกและบัญชีผู้ใช้บริการข้อ 4. การขายสินค้า และหน้าที่ของผู้ขายข้อ 5. การซื้อสินค้า และหน้าที่ของผู้ซื้อข้อ 6. การชำระเงิน ค่าธรรมเนียม และการโอนเงินข้อ 7. การจัดส่งสินค้า การตรวจรับ และข้อร้องเรียนข้อ 8. สินค้าต้องห้ามและการละเมิดสิทธิข้อ 9. นโยบายเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมและพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ (Objectionable Content and Abusive Behavior Policy)ข้อ 10. การชดใช้ค่าเสียหายข้อ 11. การระงับและยกเลิกการให้บริการข้อ 12. การแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขข้อ 13. กฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาลข้อ 14. การติดต่อและการร้องเรียน

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้ (“ข้อกำหนด”) จัดทำขึ้นโดย บริษัท มีของ จำกัด (“บริษัท”) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการซื้อขายสินค้าและบริการ ผ่านแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง กับบุคคลใด ๆ ที่เข้าถึง สมัครสมาชิก ใช้งาน หรือกระทำการใด ๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการใช้บริการของแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะในฐานะผู้ซื้อ ผู้ขาย หรือผู้ใช้งานทั่วไป (“ผู้ใช้บริการ”)

แพลตฟอร์มของบริษัทมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่อกลางทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการลงประกาศขายสินค้า การซื้อขายสินค้า และการเจรจาต่อรองราคาสินค้าระหว่างผู้ใช้บริการด้วยกัน โดยบริษัทมีหน้าที่เพียงจัดให้มีระบบ เครื่องมือ และโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกรรมดังกล่าวเท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทไม่เป็นคู่สัญญาในการซื้อขายสินค้า ผู้แทน นายหน้า หรือผู้รับประกันใด ๆ แก่ผู้ใช้บริการฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และไม่รับผิดชอบต่อคุณภาพ สภาพสินค้า ราคา การส่งมอบ หรือการชำระเงินของสินค้าที่ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์ม เว้นแต่จะมีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ถือเป็น ข้อตกลงอนุญาตให้ใช้สิทธิแก่ผู้ใช้ปลายทาง (End User License Agreement: EULA) ระหว่างบริษัทและผู้ใช้บริการ ซึ่งผู้ใช้บริการต้องอ่าน ทำความเข้าใจ และตกลงยอมรับโดยชัดแจ้งผ่านระบบของแพลตฟอร์ม ก่อนการสมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ หรือเข้าใช้งานแพลตฟอร์มในทุกกรณี การไม่ตกลงยอมรับข้อกำหนดฉบับนี้จะส่งผลให้ผู้ใช้บริการไม่สามารถสมัครสมาชิกหรือใช้งานแพลตฟอร์มได้

การที่ผู้ใช้บริการเข้าถึง สมัครสมาชิก ใช้งานแพลตฟอร์ม ลงประกาศขายสินค้า เสนอราคา ชำระเงิน หรือใช้บริการใด ๆ ของแพลตฟอร์ม อันเป็นการถือว่าผู้ใช้บริการได้อ่าน เข้าใจ และตกลงยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขตามข้อกำหนดฉบับนี้โดยครบถ้วนและสมบูรณ์แล้ว หากผู้ใช้บริการไม่ประสงค์จะผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขดังกล่าว ผู้ใช้บริการต้องยุติการใช้งานแพลตฟอร์มโดยทันที

บริษัทขอสงวนสิทธิในการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงข้อกำหนดและเงื่อนไขในข้อกำหนดฉบับนี้ในอนาคต โดยจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบผ่านแพลตฟอร์มหรือช่องทางอื่นใดตามที่บริษัทเห็นสมควร การที่ผู้ใช้บริการยังคงใช้งานแพลตฟอร์มภายหลังจากการแก้ไขดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ใช้บริการได้ตกลงยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วโดยปริยาย

ข้อ 1. คำจำกัดความ

เพื่อวัตถุประสงค์แห่งข้อตกลงนี้ คำต่อไปนี้มีความหมายดังนี้ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น

1.1 “บริษัท” หมายความว่า บริษัท มีของ จำกัด

1.2 “แพลตฟอร์ม” หมายความว่า แอปพลิเคชัน เว็บไซต์ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทางใด ๆ ที่บริษัทจัดให้มีขึ้นเพื่อการซื้อขายสินค้า และการเจรจาต่อรองราคาสินค้าระหว่างผู้ใช้บริการ

1.3 “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า บุคคลใด ๆ ที่เข้าถึง สมัครสมาชิก ใช้งาน หรือกระทำการใด ๆ บนแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะในฐานะผู้ซื้อ ผู้ขาย หรือผู้ใช้งานทั่วไป

1.4 “ผู้ขาย” หมายความว่า ผู้ใช้บริการที่ผ่านการยืนยันตัวตน (KYC) ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด และได้รับอนุญาตให้ลงประกาศขายสินค้า หรือเข้าร่วมกิจกรรมการขายบนแพลตฟอร์ม

1.5 “ผู้ซื้อ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการที่สั่งซื้อสินค้า เสนอราคา หรือเจรจาต่อรองราคาสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม

1.6 “สินค้า” หมายความว่า สินค้ามือหนึ่งหรือสินค้ามือสองที่ผู้ขายนำมาลงประกาศขายบนแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสินค้าต้องห้ามตามกฎหมายหรือตามนโยบายของบริษัท

1.7 “การซื้อขาย” หมายความว่า การทำธุรกรรมซื้อขายสินค้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายผ่านแพลตฟอร์ม ซึ่งบริษัททำหน้าที่เป็นเพียงตัวกลางทางเทคโนโลยีเท่านั้น

1.8 “การต่อรองราคา” หมายความว่า การเจรจาเสนอราคาซื้อขายสินค้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายผ่านระบบแชทหรือฟังก์ชันที่แพลตฟอร์มจัดให้ โดยยังไม่ถือว่าเกิดสัญญาซื้อขายจนกว่าจะมีการชำระเงินสำเร็จ

1.9 “ค่าธรรมเนียม” หมายความว่า ค่าบริการหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ ที่บริษัทเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการตามอัตรา หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

1.10 “กฎหมายที่ใช้บังคับ” หมายความว่า กฎหมายของราชอาณาจักรไทย

1.11 “นโยบาย” หมายความว่า นโยบาย หรือแนวปฏิบัติใด ๆ ที่บริษัทประกาศหรือกำหนดเพิ่มเติม อาทิ นโยบายการชำระเงิน นโยบายการคืนเงินหรือคืนสินค้า นโยบายการจัดส่งสินค้า นโยบายทรัพย์สินทางปัญญา หรือนโยบายสิ่งของต้องห้าม ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้

1.12 “เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม” (Objectionable Content) หมายความว่า เนื้อหา ข้อความ รูปภาพ วีดิทัศน์ เสียง หรือสื่ออื่นใดที่ผู้ใช้บริการนำเข้าหรือเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม ซึ่งเข้าข่ายตามที่กำหนดไว้ในข้อ 9 ของข้อกำหนดฉบับนี้

ข้อ 2. ขอบเขตความรับผิดของแพลตฟอร์ม

2.1 บริษัทเป็นเพียงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงประกาศขายสินค้า การซื้อขายสินค้า และการเจรจาต่อรองราคาสินค้าระหว่างผู้ใช้บริการด้วยกันเท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทไม่เป็นคู่สัญญาในการซื้อขายสินค้า ไม่เป็นผู้ขาย ผู้ซื้อ ผู้แทน นายหน้า หุ้นส่วน หรือผู้รับประกันใด ๆ แก่ผู้ใช้บริการฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เว้นแต่จะมีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร

2.2 เงินค่าสินค้าที่ถูกพักไว้ในระบบเป็นการดำเนินการตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์มผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงินที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเท่านั้น และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ในลักษณะการรับฝากเงิน การถือครองเงิน หรือการให้บริการทางการเงินระหว่างบริษัทกับผู้ใช้บริการ

2.3 บริษัทไม่มีหน้าที่ตรวจสอบ รับรอง หรือรับประกันเกี่ยวกับคุณภาพ สภาพ ความถูกต้อง ความครบถ้วน ความปลอดภัย ความเหมาะสมในการใช้งาน แหล่งที่มา ความเป็นของแท้ ความชอบด้วยกฎหมาย ราคา หรือเงื่อนไขใด ๆ ของสินค้าที่มีการลงประกาศหรือซื้อขายผ่านแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ ความรับผิดใด ๆ อันเกิดจากการซื้อขายสินค้า ให้เป็นความรับผิดระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยตรงแต่เพียงฝ่ายเดียว

2.4 บริษัทอาจกำหนดให้ผู้ขายต้องผ่านกระบวนการยืนยันตัวตน (KYC) หรือการตรวจสอบใด ๆ ตามหลักเกณฑ์ของบริษัท ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวไม่ถือเป็นการรับรองหรือรับประกันสถานะบุคคล ความสุจริต ความสามารถในการชำระเงิน ความสามารถในการส่งมอบสินค้า หรือการปฏิบัติตามสัญญาของผู้ใช้บริการรายใด

2.5 บริษัทไม่ต้องรับผิดในความเสียหาย ความสูญเสีย ค่าใช้จ่าย หรือความรับผิดใด ๆ ไม่ว่าทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางปกครอง อันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับ

(ก) การกระทำ การละเว้น หรือการฝ่าฝืนข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

(ข) การผิดนัดชำระเงิน การไม่ส่งมอบสินค้า การส่งมอบล่าช้า หรือการส่งมอบสินค้าที่ไม่เป็นไปตามที่ตกลง

(ค) การกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือเป็นการละเมิดสิทธิของบุคคลภายนอก รวมถึงสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

(ง) การใช้หรือเชื่อถือข้อมูล ข้อความ เนื้อหา หรือการแสดงใด ๆ ที่ปรากฏบนแพลตฟอร์ม

2.6 บริษัทให้บริการแพลตฟอร์มในลักษณะตามสภาพ (as is) และตามที่มีอยู่ (as available) โดยไม่รับประกันว่าแพลตฟอร์ม ระบบ ซอฟต์แวร์ หรือแอปพลิเคชันจะสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ปราศจากข้อบกพร่อง ความล่าช้า ข้อผิดพลาดทางเทคนิค หรือเหตุขัดข้องใด ๆ และบริษัทไม่ต้องรับผิดในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการหยุดชะงัก การระงับ การขัดข้อง หรือการไม่สามารถใช้งานแพลตฟอร์มได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่กรณีที่ความเสียหายนั้นเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัท หรือเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ไม่อาจจำกัดหรือยกเว้นความรับผิดได้

2.7 ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท ข้อร้องเรียน หรือความขัดแย้งใด ๆ ระหว่างผู้ใช้บริการด้วยกัน อันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการใช้แพลตฟอร์ม ผู้ใช้บริการตกลงให้บริษัทมีอำนาจพิจารณา ตรวจสอบ และมีคำวินิจฉัยตามหลักเกณฑ์ นโยบาย และดุลพินิจของบริษัท ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของบริษัทให้ถือเป็นที่สุดในกระบวนการภายในของแพลตฟอร์ม โดยไม่กระทบสิทธิของผู้ใช้บริการในการใช้สิทธิตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

2.8 บริษัทไม่ต้องรับผิดในความเสียหายทางอ้อม ความเสียหายพิเศษ ความเสียหายเชิงลงโทษ หรือการสูญเสียกำไร รายได้ โอกาสทางธุรกิจ หรือชื่อเสียง อันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการใช้หรือไม่สามารถใช้แพลตฟอร์มได้

ข้อ 3. การสมัครสมาชิกและบัญชีผู้ใช้บริการ

3.1 การใช้บริการแพลตฟอร์มของบริษัท ผู้ใช้บริการต้องทำการสมัครสมาชิกและสร้างบัญชีผู้ใช้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิในการกำหนดประเภท รูปแบบ และคุณสมบัติของบัญชีผู้ใช้บริการแต่ละประเภทตามที่เห็นสมควร

3.2 ก่อนการสมัครสมาชิก ผู้ใช้บริการต้องอ่าน ทำความเข้าใจ และกดยืนยันการตกลงยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้และประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวโดยชัดแจ้งผ่านระบบของแพลตฟอร์ม การไม่ตกลงยอมรับจะส่งผลให้ผู้ใช้บริการไม่สามารถสมัครสมาชิกหรือเข้าใช้งานแพลตฟอร์มได้ ทั้งนี้ การกดยืนยันดังกล่าวให้ถือเป็นการแสดงเจตนาที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย

3.3 ผู้ใช้บริการรับรองและยืนยันว่า ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการติดต่อ และข้อมูลอื่นใดที่ให้ไว้แก่บริษัทในการสมัครสมาชิกหรือการใช้งานแพลตฟอร์ม เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว ผู้ใช้บริการตกลงที่จะดำเนินการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องโดยทันที

3.4 ผู้ใช้บริการต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดและมีความสามารถตามกฎหมายในการทำธุรกรรม หากผู้ใช้บริการเป็นผู้เยาว์หรือบุคคลที่มีข้อจำกัดด้านความสามารถตามกฎหมาย การใช้งานแพลตฟอร์มต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการฝ่าฝืนข้อนี้

3.5 ผู้ใช้บริการตกลงรักษาข้อมูลบัญชีผู้ใช้ ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และข้อมูลเพื่อการยืนยันตัวตนอื่นใดไว้เป็นความลับ และต้องไม่เปิดเผยหรืออนุญาตให้บุคคลอื่นใช้บัญชีของตนไม่ว่ากรณีใด ๆ ผู้ใช้บริการต้องรับผิดชอบต่อการกระทำทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายใต้บัญชีของตนเอง

3.6 ในกรณีที่บริษัทกำหนดให้ผู้ขายต้องผ่านกระบวนการยืนยันตัวตน (Know Your Customer: KYC) ผู้ใช้บริการที่ประสงค์จะเป็นผู้ขายต้องให้ความร่วมมือและจัดส่งเอกสารหรือข้อมูลตามที่บริษัทหรือผู้ให้บริการภายนอกที่บริษัทแต่งตั้งร้องขอ ทั้งนี้ บริษัทมีสิทธิปฏิเสธ ระงับ หรือยกเลิกสถานะผู้ขาย หากผู้ใช้บริการไม่ผ่านการยืนยันตัวตนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

3.7 บริษัทขอสงวนสิทธิในการระงับ ชะลอ จำกัด หรือยกเลิกการใช้งานบัญชีผู้ใช้บริการ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ไม่ว่าเป็นการชั่วคราวหรือถาวร หากบริษัทเห็นว่าผู้ใช้บริการ

(ก) ฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้

(ข) ใช้แพลตฟอร์มโดยไม่สุจริต หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท ผู้ใช้บริการรายอื่น หรือบุคคลภายนอก

(ค) ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ไม่ครบถ้วน หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิด

(ง) กระทำการอันอาจขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรมอันดี หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน

(จ) ใช้อุปกรณ์ โปรแกรม หรือกระบวนการอัตโนมัติใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง บอท สคริปต์ หรือเครื่องมือเก็บข้อมูล เพื่อเข้าถึง ดึงข้อมูล รบกวน หรือแทรกแซงการทำงานของแพลตฟอร์ม

(ฉ) นำเข้าหรือเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมตามที่กำหนดในข้อ 9

3.8 การระงับหรือยกเลิกบัญชีผู้ใช้บริการตามข้อนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิของบริษัทในการเรียกร้องค่าเสียหาย การดำเนินคดี หรือการใช้สิทธิอื่นใดตามกฎหมายหรือข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้

ข้อ 4. การขายสินค้า และหน้าที่ของผู้ขาย

4.1 ผู้ใช้บริการที่ประสงค์จะลงประกาศขายสินค้าบนแพลตฟอร์มต้องสมัครเป็นผู้ขายและผ่านกระบวนการยืนยันตัวตน (KYC) ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ บริษัทมีสิทธิอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการรายใดมีสถานะเป็นผู้ขาย โดยไม่จำเป็นต้องชี้แจงเหตุผล

4.2 ผู้ขายรับรองและยืนยันว่า สินค้าที่นำมาลงประกาศขายบนแพลตฟอร์มเป็นสินค้าที่มีอยู่จริง และเป็นทรัพย์สินที่ผู้ขายมีสิทธิจำหน่ายโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นสินค้าต้องห้ามตามกฎหมาย ไม่เป็นสินค้าที่ละเมิดสิทธิของบุคคลภายนอก รวมถึงสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และไม่เป็นสินค้าที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีหรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน

4.3 ผู้ขายต้องจัดทำรายละเอียดสินค้าให้ถูกต้อง ครบถ้วน และตรงตามความเป็นจริง รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ประเภทสินค้า สภาพสินค้า (มือหนึ่งหรือมือสอง) ราคา เงื่อนไขการขาย เงื่อนไขการจัดส่ง และข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ขายต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว

4.4 ผู้ขายตกลงและยอมรับว่า บริษัทมีสิทธิในการตรวจสอบ กลั่นกรอง ระงับ หรือถอดถอนรายการสินค้าที่ลงประกาศไว้บนแพลตฟอร์ม ไม่ว่ากรณีใด ๆ หากบริษัทเห็นว่าสินค้าดังกล่าวอาจฝ่าฝืนกฎหมาย ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ หรือนโยบายของบริษัท ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวไม่ถือเป็นการรับรองหรือรับผิดใด ๆ ต่อสินค้าหรือผู้ขายรายนั้น

4.5 ในกรณีที่มีการซื้อขายสินค้าเกิดขึ้น ผู้ขายมีหน้าที่จัดส่งสินค้าให้แก่ผู้ซื้อภายในระยะเวลาที่กำหนด และตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในรายการสินค้า โดยผู้ขายต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการไม่จัดส่ง การจัดส่งล่าช้า หรือการจัดส่งสินค้าที่ไม่เป็นไปตามที่ตกลง

4.6 ผู้ขายต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนการชำระเงิน การรับชำระเงิน และการหักค่าธรรมเนียมตามที่บริษัทกำหนด โดยผู้ขายรับทราบและยอมรับว่า บริษัทอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้บริการจากการขายสินค้าในอัตราและเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดเป็นครั้งคราว

4.7 ผู้ขายต้องไม่ใช้อุปกรณ์ โปรแกรม ซอฟต์แวร์ หรือกระบวนการอัตโนมัติใด ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง บอท สคริปต์ โปรแกรมจำลอง หรือเครื่องมือเก็บข้อมูล เพื่อเข้าถึง ดึงข้อมูล แทรกแซง รบกวน หรือกระทำการใด ๆ ต่อระบบหรือแพลตฟอร์ม อันอาจทำให้ข้อมูล ราคา หรือการทำธุรกรรมบิดเบือนจากความเป็นจริง หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อแพลตฟอร์มหรือผู้ใช้งานรายอื่น

4.8 ผู้ขายต้องให้ความร่วมมือกับบริษัทในการตรวจสอบข้อร้องเรียน ข้อพิพาท หรือการตรวจสอบใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้า หากผู้ขายไม่ให้ความร่วมมือหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือแนวทางของบริษัท บริษัทมีสิทธิระงับหรือยกเลิกบัญชีผู้ขายตามดุลพินิจ

4.9 ในกรณีที่ผู้ขายกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้หรือกฎหมายที่ใช้บังคับ บริษัทมีสิทธิระงับ จำกัด หรือยกเลิกการใช้งานบัญชีผู้ขาย รวมถึงถอดถอนสินค้าที่ลงประกาศ และเรียกคืนความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่บริษัทได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าว

ข้อ 5. การซื้อสินค้า และหน้าที่ของผู้ซื้อ

5.1 ผู้ใช้บริการที่ประสงค์จะซื้อสินค้าหรือใช้ฟังก์ชันการต่อรองราคาบนแพลตฟอร์ม ต้องสมัครเป็นผู้ใช้บริการและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

5.2 ผู้ซื้อรับรองและยืนยันว่า ตนมีอายุและความสามารถตามกฎหมายในการทำธุรกรรม และมีความสามารถในการชำระเงินตามราคาสินค้า ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การเสนอราคา หรือการกดสั่งซื้อ ให้ถือเป็นการแสดงเจตนาที่มีผลผูกพันตามเงื่อนไขที่กำหนดในแพลตฟอร์ม

5.3 ผู้ซื้อตกลงที่จะตรวจสอบรายละเอียดสินค้า เงื่อนไขการขาย เงื่อนไขการจัดส่ง และข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อนทำการสั่งซื้อหรือเสนอราคา ทั้งนี้ บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเข้าใจผิดหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการที่ผู้ซื้อไม่ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว

5.4 ในกรณีที่ผู้ซื้อใช้ฟังก์ชันการต่อรองราคา การเจรจาใด ๆ ที่เกิดขึ้นผ่านระบบแชทหรือฟังก์ชันที่แพลตฟอร์มจัดให้ ยังไม่ถือว่าเป็นสัญญาซื้อขาย และจะมีผลผูกพันก็ต่อเมื่อผู้ซื้อได้กดชำระเงินและการชำระเงินสำเร็จตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนดเท่านั้น

5.5 ผู้ซื้อตกลงที่จะไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการหลีกเลี่ยงระบบการชำระเงินของแพลตฟอร์ม ไม่ติดต่อซื้อขายกับผู้ขายนอกแพลตฟอร์มในลักษณะที่เป็นการหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียม หรือกระทำการใด ๆ อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทหรือผู้ใช้บริการรายอื่น

5.6 ผู้ซื้อมีหน้าที่ตรวจสอบสินค้าเมื่อได้รับสินค้าแล้ว หากพบว่าสินค้าไม่เป็นไปตามที่ตกลง ผู้ซื้อจะต้องดำเนินการแจ้งข้อร้องเรียนผ่านระบบของแพลตฟอร์มภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด มิฉะนั้น ให้ถือว่าผู้ซื้อได้ตรวจรับและยอมรับสินค้าในสภาพดังกล่าวแล้ว

5.7 ผู้ซื้อรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการกระทำหรือการละเว้นของตน รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ การเสนอราคาโดยไม่สุจริต หรือการฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้

5.8 ผู้ซื้อต้องไม่ใช้อุปกรณ์ โปรแกรม ซอฟต์แวร์ หรือกระบวนการอัตโนมัติใด ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง บอท สคริปต์ โปรแกรมจำลอง หรือเครื่องมือเก็บข้อมูล เพื่อเข้าถึง ดึงข้อมูล แทรกแซง รบกวน หรือกระทำการใด ๆ ต่อระบบหรือแพลตฟอร์ม อันอาจทำให้ข้อมูล ราคา หรือการทำธุรกรรมบิดเบือนจากความเป็นจริง หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อแพลตฟอร์มหรือผู้ใช้งานรายอื่น

5.9 ผู้ซื้อรับทราบและตกลงว่า การชำระเงินค่าสินค้า ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มต้องดำเนินการผ่านระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือผู้ให้บริการรับชำระเงิน (Payment Gateway) ที่บริษัทกำหนดเท่านั้น การตกลงซื้อสินค้าหรือการเสนอราคา ให้ถือเป็นการแสดงเจตนาที่มีผลผูกพันให้ผู้ซื้อต้องดำเนินการชำระเงินผ่านระบบดังกล่าว และผู้ซื้อไม่มีสิทธิเรียกร้อง ขอให้ดำเนินการ หรือชำระเงินนอกระบบแพลตฟอร์ม ไม่ว่ากรณีใด ๆ

ข้อ 6. การชำระเงิน ค่าธรรมเนียม และการโอนเงิน

6.1 การชำระเงินค่าสินค้า ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการใช้แพลตฟอร์ม ให้ดำเนินการผ่านระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือผู้ให้บริการรับชำระเงิน (Payment Gateway) ที่บริษัทกำหนดและได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย สำหรับเงินค่าสินค้าที่ผู้ซื้อชำระจะถูกพักไว้ชั่วคราวในระบบของผู้ให้บริการรับชำระเงิน และอยู่ระหว่างขั้นตอนการยืนยันการได้รับสินค้าตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม ก่อนดำเนินการโอนเงินให้แก่ผู้ขาย

ทั้งนี้ บริษัททำหน้าที่เป็นเพียงผู้จัดให้มีระบบและขั้นตอนทางเทคนิคในการชำระเงินเท่านั้น โดยมิได้เป็นผู้รับฝากเงิน ผู้ถือครองเงิน ผู้รับชำระเงินแทนผู้ขาย ผู้ให้บริการทางการเงิน หรือสถาบันการเงิน และไม่มีสิทธินำเงินดังกล่าวไปใช้ไม่ว่ากรณีใด

6.2 เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ซื้อและผู้ขาย บริษัทอาจจัดให้มีระบบและขั้นตอนทางเทคนิคในการชำระเงิน โดยเงินค่าสินค้าที่ผู้ซื้อชำระจะถูกพักไว้ชั่วคราวในระบบของผู้ให้บริการรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างขั้นตอนการยืนยันการได้รับสินค้า

ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขทางเทคนิคของแพลตฟอร์มที่บริษัทกำหนด โดยในระหว่างที่เงินค่าสินค้าอยู่ระหว่างการพักไว้ตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเงินดังกล่าวมิได้เป็นทรัพย์สินของบริษัท และบริษัทไม่มีสิทธิครอบครอง ใช้ จ่าย โอน หรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับเงินดังกล่าว นอกเหนือจากการดำเนินการตามขั้นตอนทางเทคนิคของแพลตฟอร์ม

6.3 เมื่อผู้ซื้อได้ยืนยันการได้รับและตรวจสอบสินค้าเรียบร้อยแล้ว หรือเมื่อพ้นระยะเวลาที่บริษัทกำหนดโดยไม่มีการยื่นข้อร้องเรียน ระบบจะดำเนินการโอนเงินค่าสินค้าให้แก่ผู้ขายผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงิน โดยหักค่าธรรมเนียมตามอัตราและเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

6.4 ผู้ซื้อมีหน้าที่ตรวจสอบสินค้าและยืนยันการได้รับสินค้าผ่านระบบของแพลตฟอร์มภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด ในกรณีที่ผู้ซื้อได้กดยืนยันการได้รับสินค้าแล้ว ระบบจะดำเนินการโอนเงินค่าสินค้าให้แก่ผู้ขายตามรอบและเงื่อนไขของผู้ให้บริการรับชำระเงิน

หากพ้นกำหนด 6 วัน นับแต่วันที่ผู้ซื้อได้รับสินค้า และผู้ซื้อไม่ยื่นข้อร้องเรียนหรือไม่กดยืนยันการได้รับสินค้า ให้ถือว่าผู้ซื้อได้ตรวจรับและยอมรับสินค้าโดยสมบูรณ์ และระบบจะดำเนินการโอนเงินค่าสินค้าให้แก่ผู้ขายโดยอัตโนมัติ ตามรอบและเงื่อนไขของผู้ให้บริการรับชำระเงิน

6.5 ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า เงินค่าสินค้าที่ผู้ซื้อชำระผ่านแพลตฟอร์มจะถูกโอนเข้าบัญชีของผู้ขายโดยตรงผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงิน ภายหลังจากการยืนยันตามข้อ 6.3 ตามรอบ ระยะเวลา และเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการรับชำระเงินหรือแพลตฟอร์มกำหนด

ทั้งนี้ บริษัทไม่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อความล่าช้า ความผิดพลาด หรือข้อขัดข้องใด ๆ ที่เกิดจากระบบของผู้ให้บริการรับชำระเงิน

6.6 บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต บัญชีธนาคาร หรือวิธีการชำระเงินของผู้ใช้บริการโดยมิชอบ การถูกโจรกรรมข้อมูล หรือการกระทำของบุคคลภายนอก เว้นแต่ความเสียหายนั้นเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัท

6.7 ผู้ใช้บริการตกลงที่จะไม่ใช้แพลตฟอร์มเพื่อวัตถุประสงค์ในการฟอกเงิน การสนับสนุนการกระทำอันผิดกฎหมาย หรือการทำธุรกรรมที่ขัดต่อกฎหมายที่ใช้บังคับ หากบริษัทพบหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระทำดังกล่าว บริษัทมีสิทธิระงับการทำธุรกรรม ระงับบัญชีผู้ใช้บริการ และรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด

6.8 บริษัทมีสิทธิระงับ ปรับปรุง แก้ไข จำกัด หรือปิดการให้บริการระบบทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวหรือถาวร เพื่อการบำรุงรักษา ความปลอดภัย การปรับปรุงประสิทธิภาพ หรือเหตุจำเป็นอื่นใดตามดุลพินิจของบริษัท โดยไม่ถือเป็นการผิดสัญญา และผู้ใช้งานไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย ค่าชดเชย หรือค่าเสียโอกาสใด ๆ อันเนื่องมาจากการดำเนินการดังกล่าว

6.9 ในกรณีที่ผู้ใช้บริการมียอดค้างชำระ ค่าธรรมเนียม หรือภาระผูกพันใด ๆ อันเกิดจากการใช้แพลตฟอร์ม บริษัทมีสิทธิระงับการใช้งานบัญชีผู้ใช้บริการ การเข้าถึงฟังก์ชันบางส่วน หรือการเข้าร่วมกิจกรรมบนแพลตฟอร์ม จนกว่าผู้ใช้บริการจะชำระยอดดังกล่าวครบถ้วน

ข้อ 7. การจัดส่งสินค้า การตรวจรับ และข้อร้องเรียน

7.1 ภายหลังจากที่มีการชำระเงินค่าสินค้าสำเร็จ ผู้ขายมีหน้าที่ต้องจัดส่งสินค้าให้แก่ผู้ซื้อภายในระยะเวลาและตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในรายการสินค้าหรือที่ตกลงกันผ่านแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ ผู้ขายต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการไม่จัดส่ง การจัดส่งล่าช้า หรือการจัดส่งที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

7.2 การจัดส่งสินค้าให้เป็นไปตามวิธีการ ช่องทาง และผู้ให้บริการขนส่งที่ผู้ขายหรือแพลตฟอร์มกำหนด ทั้งนี้ บริษัทไม่เป็นผู้จัดส่งสินค้า และไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย การสูญหาย ความล่าช้า หรือเหตุขัดข้องใด ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่งสินค้า ซึ่งให้เป็นความรับผิดระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ให้บริการขนส่งโดยตรง

7.3 ผู้ซื้อมีหน้าที่ตรวจสอบสินค้าโดยทันทีเมื่อได้รับสินค้า หากพบว่าสินค้าไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ชำรุดบกพร่อง หรือไม่เป็นไปตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในรายการสินค้า ผู้ซื้อต้องแจ้งข้อร้องเรียนผ่านระบบของแพลตฟอร์มภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าผู้ซื้อได้ตรวจรับและยอมรับสินค้าในสภาพดังกล่าวแล้ว และไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ ภายหลัง เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

7.4 ในกรณีที่ผู้ซื้อได้รับสินค้าที่ไม่ตรงกับข้อมูลหรือรายละเอียดที่ผู้ขายลงประกาศไว้บนแพลตฟอร์ม ผู้ซื้อมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนสินค้าผ่านระบบของแพลตฟอร์มภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด เมื่อพ้นกำหนด 7 วัน นับแต่วันที่ผู้ซื้อได้รับสินค้า ผู้ซื้อจะไม่สามารถใช้สิทธิขอคืนสินค้าได้ เว้นแต่กรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

7.5 การยื่นข้อร้องเรียน การขอคืนสินค้า การขอคืนเงิน หรือการขอชดเชยใด ๆ ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดไว้ในแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ บริษัทมีสิทธิพิจารณา ตรวจสอบ และมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับข้อร้องเรียนดังกล่าวตามดุลพินิจของบริษัท

7.6 ผู้ใช้บริการตกลงว่า บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากข้อพิพาทเกี่ยวกับการจัดส่งสินค้า การตรวจรับสินค้า หรือการร้องเรียนระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เว้นแต่ความเสียหายนั้นเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัท

7.7 ในกรณีที่บริษัทเห็นสมควร บริษัทอาจดำเนินมาตรการชั่วคราวใด ๆ เพื่อระงับข้อพิพาทหรือคุ้มครองประโยชน์ของผู้ใช้บริการ เช่น การระงับบัญชีผู้ใช้บริการ การระงับการแสดงรายการสินค้า หรือการจำกัดการใช้งานบางส่วน ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวไม่ถือเป็นการรับผิดหรือการยอมรับความผิดของบริษัทไม่ว่ากรณีใด ๆ

7.8 ผู้ขายยังคงมีหน้าที่รับผิดชอบต่อสินค้า คุณภาพ สภาพ ความถูกต้อง และความชอบด้วยกฎหมายของสินค้าเต็มจำนวนแต่เพียงผู้เดียว บริษัทไม่มีหน้าที่รับผิดแทนผู้ขาย ไม่ว่ากรณีใด ๆ อันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับสินค้า การคืนสินค้า หรือข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

ข้อ 8. สินค้าต้องห้ามและการละเมิดสิทธิ

8.1 ผู้ขายตกลงและรับรองว่า สินค้าที่นำมาลงประกาศขายบนแพลตฟอร์มต้องไม่เป็นสินค้าต้องห้ามตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ไม่เป็นสินค้าที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีหรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน และต้องไม่ฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ รวมถึงนโยบายหรือแนวปฏิบัติใด ๆ ที่บริษัทกำหนด

8.2 สินค้าต้องห้ามตามข้อ 8.1 ให้รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

(ก) สินค้าที่การผลิต การจำหน่าย หรือการครอบครองเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย

(ข) สินค้าที่เป็นของปลอม ของเลียนแบบ หรือสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่น

(ค) สินค้าที่เป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ หรือความปลอดภัยของประชาชน

(ง) สินค้าที่มีลักษณะลามกอนาจาร หรือขัดต่อศีลธรรมอันดี

(จ) สินค้าอื่นใดตามที่บริษัทประกาศกำหนดเพิ่มเติมเป็นครั้งคราว

8.3 ผู้ขายต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อความเสียหาย ความสูญเสีย ค่าใช้จ่าย หรือความรับผิดใด ๆ อันเกิดจากการนำสินค้าต้องห้ามหรือสินค้าที่ละเมิดสิทธิมาลงประกาศขายบนแพลตฟอร์ม รวมถึงการถูกเรียกร้องสิทธิจากบุคคลภายนอก

8.4 บริษัทมีสิทธิในการตรวจสอบ ระงับ ถอดถอน หรือปิดกั้นการแสดงรายการสินค้าที่บริษัทเห็นว่าอาจเข้าข่ายเป็นสินค้าต้องห้ามหรือเป็นการละเมิดสิทธิ ไม่ว่ากรณีใด ๆ และไม่ว่าบริษัทจะได้รับแจ้งหรือไม่ ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวไม่ถือเป็นการรับรองหรือการยอมรับความรับผิดของบริษัท

8.5 ในกรณีที่บริษัทได้รับแจ้งหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าสินค้าใดเป็นสินค้าต้องห้ามหรือเป็นการละเมิดสิทธิ บริษัทมีสิทธิระงับหรือยกเลิกบัญชีผู้ขายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เป็นการชั่วคราวหรือถาวร โดยไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

8.6 ผู้ใช้บริการตกลงให้ความร่วมมือกับบริษัทในการให้ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบสินค้าต้องห้ามหรือการละเมิดสิทธิ หากผู้ใช้บริการไม่ให้ความร่วมมือ บริษัทมีสิทธิดำเนินการตามที่เห็นสมควร รวมถึงการระงับบัญชีผู้ใช้บริการ

8.7 การใช้สิทธิของบริษัทตามข้อนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิของบริษัทในการเรียกร้องค่าเสียหาย การดำเนินคดี หรือการใช้สิทธิอื่นใดตามกฎหมายหรือข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้

ข้อ 9. นโยบายเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมและพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ (Objectionable Content and Abusive Behavior Policy)

9.1 บริษัทมีนโยบายไม่ยอมรับโดยเด็ดขาด (Zero Tolerance) ต่อเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม การกระทำอันเป็นการคุกคาม การละเมิด หรือพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ทุกรูปแบบบนแพลตฟอร์ม ผู้ใช้บริการตกลงว่าจะไม่นำเข้า เผยแพร่ ส่งต่อ หรือทำให้ปรากฏซึ่งเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมตามที่กำหนดในข้อนี้

9.2 “เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม” (Objectionable Content) หมายความรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

(ก) เนื้อหาลามกอนาจาร เนื้อหาทางเพศอย่างชัดแจ้ง การแสดงภาพเปลือย หรือเนื้อหาที่แสดงการแสวงประโยชน์ทางเพศ

(ข) เนื้อหาที่แสดงความเกลียดชัง การเหยียดเชื้อชาติ ศาสนา เพศ สัญชาติ รสนิยมทางเพศ หรืออัตลักษณ์ใด ๆ (Hate Speech)

(ค) เนื้อหาที่คุกคาม ข่มขู่ ขู่กรรโชก ยั่วยุให้เกิดความรุนแรง หรือแสดงภาพความรุนแรงอย่างโจ่งแจ้ง

(ง) เนื้อหาที่ส่งเสริมการก่อการร้าย ความรุนแรงสุดโต่ง การทำร้ายตนเอง การฆ่าตัวตาย หรือการกระทำผิดกฎหมาย

(จ) การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ (Cyberbullying) การคุกคาม (Harassment) การสะกดรอยตาม (Stalking) หรือการรังควานผู้ใช้บริการรายอื่น

(ฉ) เนื้อหาที่หลอกลวง ฉ้อโกง สแปม การโฆษณาเกินจริง หรือมีเจตนาทุจริต

(ช) การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม (Doxxing) หรือการละเมิดความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่น

(ซ) เนื้อหาที่ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า หรือสิทธิอื่นใดของบุคคลภายนอก

(ฌ) การปลอมตัวเป็นบุคคลอื่น (Impersonation) หรือการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับตัวตน

(ญ) เนื้อหาอื่นใดที่บริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม ผิดกฎหมาย หรือขัดต่อนโยบายของแพลตฟอร์ม ตามดุลพินิจของบริษัท

9.3 กลไกการรายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม (Reporting Mechanism). ผู้ใช้บริการสามารถรายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมหรือพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ผ่านฟังก์ชัน “รายงาน (Report)” ที่แพลตฟอร์มจัดให้บนรายการสินค้า ข้อความแชท หน้าโปรไฟล์ผู้ใช้ และจุดอื่น ๆ ที่มีเนื้อหาจากผู้ใช้บริการ การรายงานสามารถระบุประเภทของเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมตามที่กำหนดในข้อ 9.2 พร้อมรายละเอียดประกอบ

9.4 คำมั่นในการดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมง (24-Hour Response Commitment) บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาคำรายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมภายในระยะเวลา ยี่สิบสี่ (24) ชั่วโมง นับแต่ได้รับรายงาน หากบริษัทตรวจสอบแล้วเห็นว่าเนื้อหาดังกล่าวเข้าข่ายเป็นเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมตามข้อ 9.2 บริษัทจะดำเนินการดังนี้โดยทันที

(ก) ลบ ถอดถอน หรือปิดกั้นเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมออกจากแพลตฟอร์ม

(ข) ระงับหรือยกเลิกบัญชีของผู้ใช้บริการที่เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว (Ejection of Offending User)

(ค) แจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้รายงานทราบผ่านระบบของแพลตฟอร์ม

(ง) ดำเนินการอื่นใดตามที่บริษัทเห็นสมควร เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก รวมถึงการรายงานต่อหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย

9.5 กลไกการบล็อกผู้ใช้บริการ (Block User Mechanism). ผู้ใช้บริการมีสิทธิบล็อกผู้ใช้บริการรายอื่นผ่านฟังก์ชัน “บล็อก (Block)” ที่แพลตฟอร์มจัดให้ ทั้งนี้ เมื่อบล็อกแล้ว ผู้ใช้บริการที่ถูกบล็อกจะไม่สามารถติดต่อ ส่งข้อความ เสนอราคา เข้าถึงรายการสินค้า หรือมีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ กับผู้ใช้บริการที่ทำการบล็อกได้ ผู้ใช้บริการสามารถจัดการรายการบล็อก รวมถึงยกเลิกการบล็อกได้ผ่านเมนูการตั้งค่าบัญชีของตน

9.6 การคัดกรองและตรวจสอบเนื้อหา (Content Filtering and Moderation). บริษัทอาจใช้ระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เครื่องมือคัดกรอง หรือการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ คัดกรอง และกลั่นกรองเนื้อหาที่ผู้ใช้บริการนำเข้าสู่แพลตฟอร์ม ทั้งก่อนและหลังการเผยแพร่ ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิในการระงับ ลบ หรือปิดกั้นเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสมโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

9.7 ผู้ใช้บริการที่ฝ่าฝืนนโยบายตามข้อนี้อาจถูกบริษัทดำเนินการ ดังนี้

(ก) ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านระบบของแพลตฟอร์ม

(ข) ลบหรือถอดถอนเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมโดยทันที

(ค) ระงับการใช้งานบัญชีเป็นการชั่วคราว

(ง) ยกเลิกบัญชีผู้ใช้บริการเป็นการถาวร และห้ามสมัครสมาชิกใหม่ในอนาคต

(จ) ดำเนินคดีตามกฎหมายและรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

9.8 ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า การดำเนินการของบริษัทตามข้อนี้เป็นไปเพื่อรักษาความปลอดภัย ความเรียบร้อย และคุณภาพของแพลตฟอร์ม รวมถึงเป็นการปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดของผู้ให้บริการระบบปฏิบัติการและร้านค้าแอปพลิเคชัน (App Store) ที่เกี่ยวข้อง บริษัทไม่ต้องรับผิดในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการดำเนินการดังกล่าว

9.9 บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลการรายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมและการบล็อกผู้ใช้บริการ เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบ การบังคับใช้นโยบาย และการปรับปรุงแพลตฟอร์ม ตามที่กำหนดในประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท

ข้อ 10. การชดใช้ค่าเสียหาย

10.1 ผู้ใช้บริการตกลงรับผิดชอบและตกลงที่จะชดใช้ค่าเสียหาย คุ้มครอง และปกป้องบริษัท กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ตัวแทน และผู้เกี่ยวข้องของบริษัท จากความเสียหาย ความสูญเสีย ค่าใช้จ่าย ความรับผิด การเรียกร้อง ค่าเสียหาย ค่าเสียโอกาส ค่าปรับ ค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย และค่าทนายความใด ๆ อันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับ

(ก) การฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้

(ข) การใช้แพลตฟอร์มโดยไม่สุจริต หรือการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายที่ใช้บังคับ

(ค) การลงประกาศขาย การซื้อ หรือการต่อรองราคาสินค้าที่ละเมิดสิทธิของบุคคลภายนอก รวมถึงสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

(ง) ข้อมูล เนื้อหา หรือการแสดงใด ๆ ที่ผู้ใช้บริการนำเข้าสู่แพลตฟอร์ม

(จ) การเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมตามข้อ 9 หรือพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

10.2 การชดใช้ค่าเสียหายตามข้อนี้ให้รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ค่าทนายความ ค่าใช้จ่ายในการไกล่เกลี่ยหรือระงับข้อพิพาท และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าบริษัทจะเป็นคู่ความหรือไม่ก็ตาม

10.3 ผู้ใช้บริการตกลงว่า หากบริษัทถูกเรียกร้อง ถูกฟ้องร้อง หรือถูกดำเนินคดีโดยบุคคลภายนอก อันเนื่องมาจากการกระทำหรือการละเว้นของผู้ใช้บริการ บริษัทมีสิทธิแจ้งให้ผู้ใช้บริการเข้าดำเนินการหรือเข้าร่วมในคดีดังกล่าว และผู้ใช้บริการต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

10.4 การชดใช้ค่าเสียหายตามข้อนี้จะมีผลบังคับใช้ แม้ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้จะสิ้นสุดลง ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม

ข้อ 11. การระงับและยกเลิกการให้บริการ

11.1 บริษัทขอสงวนสิทธิในการระงับ จำกัด ชะลอ หรือยกเลิกการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการรายใด ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ไม่ว่าเป็นการชั่วคราวหรือถาวร โดยไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้า หากบริษัทเห็นว่าผู้ใช้บริการ

(ก) ฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้หรือนโยบายใด ๆ ของบริษัท

(ข) ใช้แพลตฟอร์มโดยไม่สุจริต หรือกระทำการใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท ผู้ใช้บริการรายอื่น หรือบุคคลภายนอก

(ค) กระทำการอันอาจขัดต่อกฎหมายที่ใช้บังคับ ศีลธรรมอันดี หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน

(ง) ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ไม่ครบถ้วน หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิด

(จ) เผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมตามข้อ 9 หรือมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

(ฉ) มีพฤติการณ์ที่บริษัทเห็นว่าไม่เหมาะสมหรืออาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อแพลตฟอร์ม

11.2 การระงับหรือยกเลิกการให้บริการตามข้อนี้รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การระงับหรือยกเลิกบัญชีผู้ใช้บริการ การระงับสถานะผู้ขาย การถอดถอนรายการสินค้า การยกเลิกคำสั่งซื้อ หรือการจำกัดการเข้าถึงฟังก์ชันบางส่วนของแพลตฟอร์ม

11.3 ในกรณีที่บริษัทระงับหรือยกเลิกการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการตามข้อนี้ ผู้ใช้บริการตกลงว่า บริษัทไม่ต้องรับผิดในความเสียหาย ความสูญเสีย หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการระงับหรือยกเลิกการให้บริการดังกล่าว

11.4 การระงับหรือยกเลิกการให้บริการตามข้อนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิของบริษัทในการเรียกร้องค่าเสียหาย การดำเนินคดี หรือการใช้สิทธิอื่นใดตามกฎหมายหรือข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้

11.5 ในกรณีที่ผู้ใช้บริการถูกระงับหรือยกเลิกการให้บริการเป็นการถาวร บริษัทมีสิทธิในการปฏิเสธการสมัครสมาชิกใหม่ หรือการใช้งานแพลตฟอร์มของผู้ใช้บริการรายดังกล่าวในอนาคต

ข้อ 12. การแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไข

12.1 บริษัทขอสงวนสิทธิในการแก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือปรับปรุงข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนได้ตลอดเวลา ตามดุลพินิจของบริษัท

12.2 บริษัทจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบถึงการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมข้อกำหนดและเงื่อนไขดังกล่าว ผ่านแพลตฟอร์ม เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่นใดตามที่บริษัทเห็นสมควร

12.3 การที่ผู้ใช้บริการยังคงเข้าถึงหรือใช้งานแพลตฟอร์มต่อไปภายหลังจากวันที่ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่แก้ไขเพิ่มเติมมีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้ใช้บริการได้อ่าน เข้าใจ และตกลงยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นแล้วโดยปริยาย

12.4 ในกรณีที่ผู้ใช้บริการไม่ยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้ใช้บริการต้องยุติการใช้งานแพลตฟอร์มโดยทันที และไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าชดเชยใด ๆ จากบริษัทอันเนื่องมาจากการแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขดังกล่าว

ข้อ 13. กฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาล

13.1 ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้ให้ใช้บังคับและตีความตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย

13.2 ในกรณีที่มีข้อพิพาท ข้อโต้แย้ง หรือข้อเรียกร้องใด ๆ อันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้ หรือการใช้แพลตฟอร์ม ผู้ใช้บริการตกลงยินยอมให้ศาลไทยเป็นศาลที่มีเขตอำนาจในการวินิจฉัย

13.3 ผู้ใช้บริการตกลงสละสิทธิในการคัดค้านเขตอำนาจศาลหรือสถานที่พิจารณาคดีของศาลไทย ไม่ว่าด้วยเหตุแห่งภูมิลำเนา ถิ่นที่อยู่ หรือเหตุอื่นใด ตามที่กฎหมายอนุญาต และผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า การทำธุรกรรมและการแสดงเจตนาผ่านแพลตฟอร์มเป็นการกระทำทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ซึ่งให้ถือว่าสถานที่รับหรือแสดงเจตนาดังกล่าวอาจอยู่ ณ สถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท หรือสถานที่อื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ไม่กระทบต่ออำนาจศาลไทยที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ

ข้อ 14. การติดต่อและการร้องเรียน

ผู้ใช้บริการสามารถติดต่อบริษัทเพื่อสอบถาม แจ้งข้อร้องเรียน รายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หรือขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์มได้ผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนดไว้บนแพลตฟอร์ม โดยบริษัทจะพิจารณาและดำเนินการภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ตามหลักเกณฑ์และนโยบายของบริษัท และตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด

ช่องทางการติดต่อ

• ฟังก์ชัน “รายงาน (Report)” และ “บล็อก (Block)” ภายในแอปพลิเคชัน

• ศูนย์ช่วยเหลือผู้ใช้บริการ (Help Center) ภายในแอปพลิเคชัน

• อีเมล: meekongapp@gmail.com

• ที่อยู่: 128/780 ซอยไทยประกัน 3 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการบริษัท มีของ จำกัด

— สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ —